ลิเวอร์พูลไล่จี้แมนฯ ซิตี้! หงส์ เก็บชัยสำเร็จลดระยะห่างเหลือแค่1แต้ม

การที่ต้องเจอกับอาร์เซนอลที่กำลังทำผลงานได้โดดเด่นในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องหมูๆ สักเท่าไหร่นัก

ในศึกนี้คงต้องลุ้นกันว่า โม ซาลาห์ จะได้ลงสนามหรือไม่ แต่มีกระแสว่าเขามีชื่อม้านั่งสำรอง นั่นเท่ากับแดนหน้าหงส์ได้มีการปรับตำแหน่งในการเล่น ในส่วนอาร์เซนอลในชุดที่ดีอยู่แล้วโดยเฉพาะ 4 ตัวรุกข้างหน้าที่กำลังเข้าขากันดีมาก

อาร์เตต้า มีการวางแผนไว้โดยเริ่มจากการไล่บี้แดนบนเพรสให้ไปก่อน ทั้ง ลากาแซตต์, ซาก้า และ มาร์ติเนลลี ที่จะกดดันให้ ฟานไดจ์ เล่นยากขึ้น  แบ็กสองข้างอาเซน่อลต้องประกบตัวทำเกมของหงส์ให้ดี ทั้ง ดิอาส และ มาเน่ ที่อยู่ขวาต้องเจอกับ เทียร์นี ในแดนกลาง ชาก้า กับ ปาร์เตย์ บีบขึ้นมา ถ้าหงส์สามารถแก้เกมได้ ยอมถอยลงมารับในแดนตัวเอง จนถึงแนวรับในหน้าเขตโทษ ด้านข้างต้องปิดพื้นที่ไม่ให้ เทร้นต์ และ รอบโบ เติม หน้าเขตโทษแน่น ไม่มีพื้นที่ให้เกมรุกหงส์ขยับตัวได้

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้มีการแย่งชิงพื้นที่กันในแดนสองเยอะหน่อย ถึงว่าแม้บอลจะเหลื่อมเข้าไปในแดนสามของอาร์เซนอลมากกว่า แต่ก็ไม่ได้อันตรายสำหรับเกมรุกของหงส์แดง คาดว่าเกมรับของปืนเอาอยู่ ทำให้ คล็อปป์ ต้องเปลี่ยนปีกโยก มาเน มาขวา และ ดิอาส ไปซ้าย

แดนกลางของปืนถือว่าเฉียบขาด ในพื้นที่แดนกลางจะต้องมีการปะทะตลอดเวลา จังหวะสองจะเป็น อาร์เซนอล ที่เก็บบอลได้ ถึงแม้ว่าทำเกมรุกไม่ได้ เพื่อไม่ให้แดนกลางหงส์สามารถพลิกบอลกันได้ง่ายๆ ถือว่าตัดตอนการขึ้นบอลไปได้

พูดถึงวินัยในเกมรับของทีมอาร์เตต้า เยี่ยมมากๆ ไม่มีหลุด ทำให้เกมรุกหงส์สะดุดไปได้ในครึ่งแรก โอกาสที่จะเข้าทำประตูนับครั้งได้ “เกมแพลน” ของ อาร์เตตา ที่วางมาถือว่าดีมากเลยทีเดียว ในครึ่งแรกอาเซน่อลได้ยิง 4 ครั้งไม่เข้ากรอบเลย หงส์ได้ยิง 3  ครั้งเข้ากรอบหนึ่ง และเตะมุมอีก 4 ครั้ง

เกมแพลนของ อาร์เตต้า ต้องการปิดการทำเกมรุกของลิเวอร์พูล ที่ทำได้คือการครอสบอลเข้าไปในเขตโทษ ซึ่งก็เป็น  early cross ที่ไม่อันตรายมากนัก

ในช่วงต้นเกมในครึ่งหลังเกือบมาได้ประตูนำ ถ้าไม่นับจังหวะที่ มาเน่ ล้ำหน้าแล้วซัดเข้าประตู แต่เป็นลิเวอร์พูลเองที่ทำพลาด จากจังหวะ ติอาโก้ คืนบอลได้ไม่ดีจน ลากาแซตต์ ฉกไปได้ก่อนส่งคืนให้ โอเดการ์ด ซัดเต็มข้อแต่ติดเซฟ เบคเกอร์  หงส์แดงรอดพ้นการเสียประตูหวุดหวิด

ต่อมาในจังหวะสำคัญในนาทีที่ 54 ลิเวอร์พูล บิลด์ ตั้งเกมลุกมาได้ถึงแดนปืน มาเน วิ่งหาช่องว่าง และในจังหวะนั้นโชต้าวิ่งตัดเข้ามา ติอาโก จ่ายบอลทะลุเข้าในกรอบเขตโทษ ก่อน โชต้า ซัดเต็มข้อ บอลเข้าเสาแรก แรมส์เดล ปัดไม่อยู่เข้าประตูไป

หลังจากได้ประตูนำ คล็อปป์ เปลี่ยนตัวส่ง ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน ลงมาแทน ดิอาส และ โชต้า เพื่อมาเป็นสามประสาน ระหว่างมาเน และ ฟีร์มีโน และ ซาลาห์ เปลี่ยนแผนการเล่นจาก “หน้าเป้า” มาเป็น “หน้าปลอม”

การเปลี่ยนตัวลงมาของ ฟีร์มีโน่ ทำให้เกมลุกแดนบนของหงส์มันขึ้น จังหวะ กาเบรียล ที่โดนมาเน แย่งบอล ฟีร์มีโน่ ขโมยบอลไปได้ก่อนส่งคืนให้ ติอา โก แต่งบอลได้กำลังง้างเท้า แต่โดน ซาลาห์ ซัดด้วยซ้าย แต่ถูกสกัดออกมา ถึงรอบโบ้ ยิงซ้ำ แต่ติดผู้เล่นของอาเซน่อลออกข้างไป แต่สามารถตามไปเก็บบอลมาได้ ก่อนส่งให้ ฟีร์มีโน่ ยิงลอด แรมส์เดล เข้าประตูไป 2-0

ในการทำประตูครั้งนี้ของฟีร์มีโน ถือว่าเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีก หลังจากซัดวัตฟอร์ด ไปคนเดียว3ลูก   หลังจากทำประตูขึ้นนำ 2-0 เด็กหงส์ดูเหมือนจะมีความมั่นใจขึ้น ส่วนอาเซน่อลดูเหมือนว่าจะเริ่มถอดใจ เริ่มเสียบอลกันง่ายขึ้นเหมือนช่วงก่อนเสียประตู ทำให้หงส์สามารถคุมได้ตลอดทั้งเกม

นั่นคือครั้งแรกที่กองหลังเปิดช่องให้ลิเวอร์พูล แล้วก็โดนลงโทษ ทันที แถมมาเสียประตูที่สองในอีก 8 นาทีต่อมาจากการเปลี่ยนตัวของ คล็อปป์ ที่ส่งตัวรุกลงมาหลังนำ 1-0 นับว่าโหดจริง เจเค